แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวชุมชน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566

thumbnail

อุทาหรณ์ จุดประทัดขณะขับรถหลุดมือระเบิดใส่ตัวเอง


 อุทาหรณ์ จุดประทัดขณะขับรถหลุดมือระเบิดใส่ตัวเอง

เมื่อเวลา10.00น.เกิดเหตุประทัดระเบิดใส่ได้รับบาดเจ็บจำนวน3.ราย 1.รายอาการสาหัสหมดสติไม่รู้สึกตัว ที่เกิดเหตุถนนภายในชุมชนท้ายหมู่บ้านโคกโพธิ์ ต.โคกสะอาด อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ สอบถามได้การว่าขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามกำลังจะไปซื้อของในหมู่ ขณะนั้นคนซ้อนท้ายหลังสุดได้พยายามจุดประทัดลูกบอลไทยประดิษฐ์ เกิดหลุดมือร่วงใส่บนเบาะรถจักรยานยนต์บริเวณหว่างขาทำให้ประทัดระเบิดใส่กระเด็นตกจากรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ3.ราย คนขับรถจักรยานยนต์บาดเจ็บเล็กน้อย คนซ้อนกลางมีแผลที่แผ่นหลังจากการถูกสะเก็ดระเบิด ส่วนคนซ้อนท้าย มีแผลฉีกขาดที่หว่างขาถูกแรงกระแทกจากระเบิดกระเด็นตกจากรถจักรยานยนต์ หมดสติหายใจโรยริน หน่วยกู้ชีพตำบลโคกสะอาด หน่วยกู้ชีพตำบลบ้านพลวง เข้าตรวจสอบให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นในจุดเกิดเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บหมดสติปลุกไม่ตื่นจึงได้ประสานขอรถALS.หน่วยกู้ชีพ รพ.ปราสาท ออกเปลี่ยนถ่ายให้การช่วยเหลือผู้ได้รับเคลื่อนย้ายนำส่งสถานพยาบาล ต่อไป.


วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

thumbnail

พายุฝนหลงฤดูพัดถล่ม​ ยกหลังคาบ้านลอยไกลกว่า 200 เมตร หลายพื้นที่ไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง

  

พายุฝนหลงฤดู พัดถล่มยกหลังคาบ้านลอยไกลกว่า 200 เมตร หลายพื้้นที่ไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง ชาวบ้านฝากถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ควรเตรียมความพร้อมให้มากกว่านี้
สุรินทร์-วันนี้(3 ก.พ. 65) จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงวันที่ 2 – 3 ก.พ. 65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นเป็นบางแห่ง โดยภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า ส่วนในช่วงวันที่ 4 – 6 ก.พ. 65 คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณภาคเหนือมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกเป็นบางพื้นที่ ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง
และภาคตะวันออกจะมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียสกับมีหมอกในตอนเช้า ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 4 – 6 ก.พ. 65 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และประชาชนบริเวณภาคเหนือระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ และชาวเกษตรกร ควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง
ขณะที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อค่ำวานนี้ ได้เกิดฝนและลมกระโชกแรงในพื้นที่ตัวเมืองสุรินทร์และพื้นที่ตำบลสลักไดและตำบลแสลงพันธ์ อย่างหนักเพียง 5 นาที โดยลักษณะลมเป็นลมหมุนพร้อมกับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้บ้านเรือนของชาวและโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ยุ้งข้าว ต้นไม้หัก โดยเฉพาะที่บ้านตะบัล ม.7 คุ้มหนองไซร์ ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ แรงลมหมุนได้พัดเอาหลังคาบ้าน ยุ้งฉางที่เก็บข้าวเปลือก และหลังคาโรงเรือนเลี้ยงสัตว์เกือบทั้งหลังปลิวว่อนไปตกตามทุ่งนาโดยเฉพาะบ้านของ ร.ต.อ.ชัยชนะ แสนกล้า ข้าราชการบำนาญ(ตำรวจทางหลวง)เป็นบ้าน 2 ชั้น แรงลมพัดสังกะสีสรรไทหลังคาบ้าน ยกหลุดไปทั้งหลัง ลอยไปตกอยู่กลางทุ่งนาไกลกว่า 200 เมตร ที่นอนและข้าวของในบ้านถูกน้ำฝนเปียกทั้งหมด

ร.ต.อ. ชัยชนะ เล่าว่า เมื่อตอนค่ำวานนี้ ได้เกิดฝนตกลงมาพร้อมกับมีลมหมุนอย่างรุนแรง ประมาณ 5 นาทีเท่านั้น หลังคาบ้านก็ถูกลมยกหลุดไปทั้งหมด ปลิวลอยไปตกในทุ่งนาห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร ข้าวของในบ้านถูกฝนที่เทลงมาเปียกทั้งหมด เกิดขึ้นเร็วมาก ตอนเกิดเหตุตนพาคนในครอบครัวไปหลบอยู่ชั้นล่างของบ้าน โชคดีที่ไม่เป็นอะไร

พายุฝนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นับเป็นฝนแรกของปี ซึ่งในพื้นที่ตำบลสลักได บ้านเรือนชาวบ้านได้รับผลกระทบเสียหายจากพายุลมแรงที่เกิดขึ้นจำนวน 2 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านตะบัล ม.7และบ้านตะวัน ม.8 รวมประมาณ 30 หลังคาเรือน นอกจากนั้นยังมียุ้งข้าวของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ข้าวเปลือกที่เก็บไว้ถูกฝนเปียกทั้งหมด โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ทางผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ปกครองและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลสลักได ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อประเมินให้การช่วยเหลือต่อไป
ขณะที่บ้างพื้นที่รอบตัวเมืองสุรินทร์ไฟฟ้าดับ โดยเฉพาะถนนเส้นปัทมานนท์ สายสุรินทร์-จอมพระ บริเวณพื้นที่ตำบลแสลงพันธ์ - เขตลอยต่อตำบลแกใหญ่ อ.เมืองสุรินทร์ ไฟฟ้าดับตั้งแต่เวลา19.00 น.ถึง 01.00 น.นานกว่า 6 ชั่วโมง ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ศูนย์พักคอย อตุโล สำราญนิเวศน์ (สาขาวัดบูรพาราม พระอารามหลวงเฉลิมพระเกียรติ)บ้านอาโพน ต.แสลงพันธ์ ต้องอยู่ด้วยความลำบาก ชาวบ้านในพื้นที่ถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุรินทร์ ว่าควรจะมีมาตรการในการเตรียมความพร้อมมากกว่านี้ ขณะที่เบอร์แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง คือ เบอร์ 044-511044 ก็ไม่สามารถต่อต่อได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าไฟฟ้าก็ได้เร่งตรวจสอบและแก้ไขให้กับชาวบ้านเร่งด่วนแล้ว


วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

thumbnail

ผู้ว่าฯสุรินทร์เป็นประธานรับมอบสิ่งของบริจาคเพื่อสนับสนุนการรักษาโรคโควิด-19

 

ที่ศูนย์รับบริจาคเพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด – 19 โรงพยาบาลสุรินทร์ นายสุวพงศ์ กิตติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในการรับมอบ เงิน และสิ่งของช่วยเหลือต่างๆ จากนายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส. สุรินทร์ เขต 2 ที่ร่วมบริจาคเงิน และสิ่งของ ผ่านศูนย์รับบริจาคเพื่อสนับสนุนการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 ให้กับโรงพยาบาลสุรินทร์ เพื่อใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด – 19 ประกอบด้วยเงินสดจำนวน 500,000 บาท เพื่อซื้ออุปการณ์ทางการแพทย์ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ในการตรวจหาเชื้อ และทำการรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อโควิค – 19 ในการระบาดของโรคในระลอก 3 นี้ พร้อมมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 50,000 ชิ้น แอลกอฮอล์ จำนวน 260 ลิตร น้ำดื่มจำนวน 200 แพค และข้าวสารอีกจำนวนหนึ่ง
และในโอกาสเดี่ยวกันนี้ ทางโรงน้ำตาลสุรินทร์ ได้ร่วมบริจาค อุปการณ์เพื่อใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิค – 19 จำนวนหนึ่งด้วย ซึ่งจากการที่โรงพยาบาลสุรินทร์ได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคเพื่อสนับสนุนการรักษาโควิค – 19 ได้มีผู้ที่จิตใจอันเป็นกุศล นำสิ่งของต่างๆมาร่วมบริจาคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ที่มีความประสงค์จะบริจาคเพิ่มเติมสามารถไปร่วมบริจาคกันได้ ที่ศูนย์รับบริจาคเพื่อสนับสนุนการรักษาโควิค – 19 อาคารชั้นล่าง อาคาร 100 ปี โรงพยาบาลสุรินทร์


ประนนท์ ไม้หอม / ส.ปชส.สุรินทร์ / รายงาน

thumbnail

สุรินทร์ปิดหมู่บ้านเพิ่มหลังพบคนในหมู่บ้านเสี่ยงสูงกว่า 200 คน

 

จังหวัดสุรินทร์ปิดหมู่บ้านสายสนอง ตำบลสระขุด อำเภอชุมพลบุรี หลังพบผู้ที่มีความเสี่ยงสูง 264 คน
นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์ ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ได้รับแจ้งจากอำเภอชุมพลบุรี ว่า หมู่บ้านสายสนอง หมู่ที่ 5 ตำบลสระขุด อำเภอชุมพลบุรี มีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 1 ราย และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในหมู่บ้านจำนวน 264 ราย จึงเสนอขอความเห็นชอบเพื่อมีคำสั่งปิดหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมทั้งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์ จึงมีคำสั่งห้ามผู้ใดเข้าไปหรือออกจากพื้นที่ หมู่บ้านสายสนอง หมู่ที่ 5 ตำบลสระขุด อำเภอชุมพลบุรี เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2564 – 24 พฤษภาคม 2564 เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เว้นแต่เพื่อการรักษาพยาบาล การกู้ชีพ การกู้ภัย การขนส่งยา เวชภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค การสาธารณูปโภค การไปรษณียภัณฑ์ หรือกรณีได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ โดยให้นายอำเภอชุมพลบุรี เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และพิจารณากำหนดจุดตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ และมอบหมายให้เจ้าพนักงานโรคติดต่อพร้อมผู้เกี่ยวข้องตรวจคัดกรองบุคคล ยานพาหนะ ที่ผ่านจุดตรวจคัดกรองโรคฯ อย่างเคร่งครัดผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ ต้องระวางโทษปรับไม่กินสองหมื่นบาท หรือตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 จนถึงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เว้นแต่สามารถควบคุมโรคได้อาจพิจารณายกเลิกคำสั่งก่อนกำหนด